LED 7 Segment
LED 7 Segment คือการนำ LED 7 ดวงมาแสดงผลเป็นตัวเลขจากรูปจะเห็นได้ว่า Outputs นั้นจะมีอยู่ 7
ตัวมาต่อกันเป็นรูปตัวเลขโดยมีชื่อเรียกแต่ละส่วน คือ a,b,c,d,e,f,g
การต่อวงจร
เราสามารถแบ่งการต่อวงจรออกได้เป็น 2 แบบ คือ
1.การต่อแบบแอโนด โดยป้อนไฟบวกเข้าที่ขา คอมมอน แล้วใช้ Logic 0 ในการสั่งการไฟว่าติดหรือดับ
2.การต่อแบบแคโทด โดยป้อนไฟลบเข้าที่ขา คอมมอน แล้วใช้ Logic 1 ในการสั่งการไฟว่าติดหรือดับ
DCODER
Dcoder คือวงจรถอดรหัส สามารถถอดรหัส เลขฐานสอง
จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่ามันสามารถแปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐาน 10 ได้ โดยเมื่อเรา ป้อน Input เป็น 0000 นั่นก็หมายความว่า (2^3x0)+(2^2x0)+(2^1x0)+(2^0x0) = 0 จะเห็นได้ว่าที่ตารางช่อง M0 จะเป็น 1 และเมื่อ Input เป็น 0111 นั่นก็หมายความว่า (2^3x0)+(2^2x1)+(2^1x1)+(2^0x1) = 7
ตารางช่อง M7 จะเป็น 1 คือมี Logic 1 เกิดขึ้น
ENCODER
Encoder คือวงจรเข้ารหัส ทำหน้าที่สลับกับ Dcoder โดยการแปลงเลขฐาน 10 กลับมาเป็นเลขฐาน 2
จากตารางจะแสดงการเข้ารหัส ของเลข ฐาน 10 เป็น ฐาน 2 โดยที่ เครื่องหมาย x คือไม่สนใจว่าจะเป็น Logic 0 หรือ 1
Multiplexer (Mux)
Mux คือ วงจรที่ทำหน้าที่ เลือกสัญญาณ Input มา ออกช่อง Output คล้ายกับมีสวิตซ์ ขั้นอยู่ เราสามารถเลือกช่อง Input ที่จะนำมาออก Output ได้โดยการ เลือกจากช่อง สัญญาณ A B ตามตาราง Truth Table ได้
Demultiplexer(Demux)
Dmux คือ วงจรที่ทำหน้าที่สลับกับ Mux คือ มี Input เข้ามา แล้วเราเลือกว่าจะเอา Input ไปออกช่องไหนของ Output โดยการเลือกช่องออกก็ขี้นอยู่กับสัญญาณ AB ตามตาราง Truth Table เช่นกัน